คำถามที่เราได้รับบ่อยที่สุดคือ แสงสีแดงช่วยอะไรได้บ้าง คำตอบที่ตรงไปตรงมาที่สุดคือ มีเรื่องที่มีงานวิจัยศึกษาไว้พอสมควร มีเรื่องที่ยังตอบไม่ได้ และมีเรื่องที่ถูกพูดเกินกว่าหลักฐานอยู่มาก บทความนี้พยายามแยกสามอย่างนี้ออกจากกัน
เราเขียนบทความนี้ในฐานะคนขายอุปกรณ์ ซึ่งแปลว่าเรามีส่วนได้เสีย เราจึงเลือกวิธีที่ตรวจสอบได้ คือบอกว่าอะไรมีงานวิจัยรองรับในระดับไหน และไม่เชื่อมโยงสิ่งที่งานวิจัยพบเข้ากับผลิตภัณฑ์ของเราเอง
แสงสีแดงคืออะไร
แสงสีแดงคือช่วงหนึ่งของสเปกตรัมแสงที่ตามองเห็น โดยทั่วไปนิยามกันที่ราว 600 ถึง 700 นาโนเมตร ถัดออกไปคือแสงย่านใกล้อินฟราเรด ซึ่งตามองไม่เห็น และมักนิยามกันที่ราว 700 ถึง 1100 นาโนเมตร อุปกรณ์ที่ขายกันภายใต้ชื่อ Red Light Therapy ส่วนใหญ่ใช้แสงในสองช่วงนี้ อาจเป็นช่วงเดียวหรือหลายช่วงพร้อมกัน
ตัวเลขเหล่านี้เป็นนิยามทั่วไปที่ใช้อ้างอิงกันในงานวิจัย ไม่ใช่สเปกของอุปกรณ์รุ่นใดรุ่นหนึ่ง อุปกรณ์แต่ละรุ่นระบุค่าของตัวเองไว้ต่างกัน และค่าที่ผู้ขายระบุไม่ได้ถูกตรวจสอบโดยหน่วยงานกลางเสมอไป
กลไกที่ถูกเสนอไว้ และคำว่าเสนอไว้สำคัญ
คำอธิบายที่ถูกอ้างถึงบ่อยที่สุดเรียกว่า photobiomodulation สมมติฐานคือ แสงในช่วงคลื่นเหล่านี้ถูกดูดซับโดยโมเลกุลบางชนิดในเซลล์ และโมเลกุลที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือเอนไซม์ในไมโทคอนเดรียชื่อ cytochrome c oxidase จากนั้นจึงเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างต่อเนื่องภายในเซลล์
ข้อความข้างต้นเป็นสมมติฐาน ไม่ใช่ข้อสรุป กลไกนี้ยังเป็นที่ถกเถียงในวงวิชาการ มีงานที่สนับสนุนและมีงานที่ตั้งคำถาม การที่มีคำอธิบายเชิงกลไกที่ฟังดูสมเหตุสมผล ไม่ได้แปลว่าผลลัพธ์ที่ปลายทางถูกพิสูจน์แล้ว นี่เป็นจุดที่การตลาดในหมวดนี้มักข้ามไป
งานวิจัยศึกษาเรื่องอะไรไว้บ้าง
หัวข้อที่มีงานวิจัยตีพิมพ์อยู่พอสมควร ได้แก่
- ลักษณะผิวและริ้วรอย
- การหายของแผล
- สิวและการอักเสบของผิว
- เส้นผม
- อาการปวดกล้ามเนื้อและข้อ และการฟื้นตัวหลังออกกำลังกาย
คำว่ามีงานวิจัยศึกษาไว้ ไม่เท่ากับพิสูจน์แล้ว และไม่เท่ากับใช้ได้ผลกับทุกคน หัวข้อที่มีงานวิจัยมากที่สุดคือหัวข้อที่มีคนสนใจมากที่สุด ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับคุณภาพของหลักฐาน
ทำไมจึงยังสรุปไม่ได้
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ไม่มีงานวิจัย แต่อยู่ที่งานวิจัยเหล่านั้นเปรียบเทียบกันได้ยาก
ขนาดกลุ่มตัวอย่างมักเล็ก
งานจำนวนมากศึกษาในคนหลักสิบคน ผลที่ได้จากกลุ่มขนาดนั้นเป็นสัญญาณเบื้องต้น ไม่ใช่ข้อสรุปที่นำไปใช้กับประชากรทั่วไปได้
เงื่อนไขการทดลองไม่เหมือนกัน
ช่วงคลื่น ความเข้ม ระยะห่าง ระยะเวลาต่อครั้ง ความถี่ต่อสัปดาห์ และระยะเวลารวมของการศึกษา ต่างกันไปในแทบทุกงาน เมื่อเงื่อนไขต่างกันขนาดนี้ ผลของงานหนึ่งจึงไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับอุปกรณ์อีกตัวหนึ่งที่ใช้เงื่อนไขคนละชุด
ระยะเวลาติดตามผลมักสั้น
งานส่วนใหญ่วัดผลในช่วงสัปดาห์ถึงไม่กี่เดือน คำถามว่าผลคงอยู่นานแค่ไหนหลังหยุดใช้ ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน
ผู้สนับสนุนทุนวิจัย
งานวิจัยในหมวดนี้จำนวนหนึ่งได้รับทุนหรือได้รับอุปกรณ์จากผู้ผลิต ไม่ได้แปลว่างานนั้นผิด แต่เป็นข้อมูลที่ผู้อ่านควรรู้ และวารสารที่ดีจะระบุไว้เสมอ
วิธีอ่านงานวิจัยที่ผู้ขายอ้างถึง
เมื่อเห็นแบรนด์ใดอ้างงานวิจัย ลองถามห้าข้อนี้
- ศึกษาในคนกี่คน ตัวเลขหลักสิบกับหลักร้อยมีน้ำหนักต่างกันมาก
- มีกลุ่มควบคุมหรือไม่ ถ้าไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบ ผลที่เห็นอาจมาจากปัจจัยอื่น
- ใช้เงื่อนไขอะไร ถ้างานวิจัยใช้เงื่อนไขคนละชุดกับอุปกรณ์ที่กำลังขาย งานนั้นก็ไม่ได้พูดถึงอุปกรณ์ตัวนั้น
- วัดผลด้วยอะไร การวัดด้วยเครื่องมือ กับการให้ผู้เข้าร่วมประเมินตัวเอง ให้ความมั่นใจไม่เท่ากัน
- ใครเป็นผู้สนับสนุน ดูส่วนที่ระบุแหล่งทุนและผลประโยชน์ทับซ้อน
ถ้าแบรนด์อ้างงานวิจัยโดยไม่ให้ลิงก์หรือชื่อเรื่องที่ตามไปอ่านได้ นั่นคือคำตอบในตัวมันเอง
สิ่งที่เราจะไม่พูด
Fotera จะไม่ระบุว่าอุปกรณ์ของเราให้ผลลัพธ์ใด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผิว ริ้วรอย เส้นผม หรืออาการปวด เราจะไม่อ้างการรับรองที่เรายังไม่มีเอกสารยืนยัน และจะไม่ระบุค่าทางเทคนิคที่เรายังตรวจสอบไม่เสร็จ
อุปกรณ์แสงไม่ใช่เครื่องมือวินิจฉัยหรือรักษาโรค หากคุณมีภาวะทางผิวหนัง ภาวะไวต่อแสง กำลังตั้งครรภ์ หรือใช้ยาที่อาจทำให้ไวต่อแสง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน และคู่มือของอุปกรณ์รุ่นที่คุณใช้มีน้ำหนักเหนือคำแนะนำทั่วไปทุกกรณี
อ่านต่อ
หากกำลังเปรียบเทียบอุปกรณ์อยู่ บทความเรื่องคำถามที่ควรถามก่อนซื้อ จะมีประโยชน์มากกว่าบทความนี้ และหน้าเรื่องวิธีใช้และความปลอดภัย มีรายละเอียดว่าใครควรระมัดระวังเป็นพิเศษ