เวลาอ่านหน้ากล่องอุปกรณ์แสง คุณจะเห็นชื่อสีต่าง ๆ ถูกใช้สลับกันจนสับสน แสงสีแดง แสงสีฟ้า อินฟราเรด หรือชื่อทางการตลาดอีกหลายชื่อ หน้านี้อธิบายคำที่ใช้กันจริงในงานวิจัย เพื่อให้คุณอ่านสเปกออกและเปรียบเทียบได้ด้วยตัวเอง
สเปกตรัมโดยย่อ
แสงที่ตามนุษย์มองเห็นกินช่วงตั้งแต่ม่วงไปจนถึงแดง โดยทั่วไปอธิบายด้วยความยาวคลื่นเป็นหน่วยนาโนเมตร ตัวเลขน้อยอยู่ทางฝั่งม่วงน้ำเงิน ตัวเลขมากอยู่ทางฝั่งแดง ถัดจากแดงออกไปคืออินฟราเรด ซึ่งตามนุษย์มองไม่เห็น
อุปกรณ์ดูแลตัวที่บ้านส่วนใหญ่ทำงานในสามช่วงนี้ คือ สีฟ้า สีแดง และใกล้อินฟราเรด บางรุ่นมีช่วงเดียว บางรุ่นมีหลายช่วงให้เลือก
หลักทั่วไป: ความยาวคลื่นกับระยะที่แสงเดินทาง
โดยทั่วไป แสงที่มีความยาวคลื่นสั้นกว่าจะกระเจิงในเนื้อเยื่อมากกว่าและเดินทางได้ตื้นกว่า ส่วนแสงที่มีความยาวคลื่นยาวกว่ามักเดินทางได้ลึกกว่า นี่เป็นเหตุผลหลักที่อุปกรณ์ต่างชนิดเลือกช่วงคลื่นต่างกัน
แต่ความลึกที่มากกว่าไม่ได้แปลว่าดีกว่า มันแปลว่าต่างกันเท่านั้น และความลึกที่วัดในห้องทดลองกับเนื้อเยื่อจริงของคนก็เป็นคนละเรื่องกัน
แต่ละสีถูกศึกษาในเรื่องอะไร
แสงสีฟ้า
มักถูกศึกษาในบริบทของสิว โดยสนใจที่ผลของมันต่อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับสิว เพราะความยาวคลื่นสั้น มันจึงทำงานที่ผิวชั้นตื้นเป็นหลัก
แสงสีแดง
เป็นช่วงที่ถูกศึกษามากที่สุดในบริบทของผิว ทั้งลักษณะผิวโดยรวมและการหายของแผล เป็นช่วงที่อุปกรณ์ใช้ตามบ้านส่วนใหญ่เลือกใช้
แสงใกล้อินฟราเรด
ตามองไม่เห็น จึงมักทำให้เข้าใจผิดว่าอุปกรณ์ไม่ทำงาน อุปกรณ์หลายรุ่นจึงใส่ LED สีแดงดวงเล็กไว้เป็นไฟแสดงสถานะการทำงาน งานวิจัยสนใจช่วงนี้ในเนื้อเยื่อที่อยู่ลึกกว่าผิว
สีอื่น ๆ ที่เห็นในโฆษณา
อุปกรณ์บางรุ่นโฆษณาสีเขียว สีเหลือง หรือสีม่วงเพิ่มเข้ามา หลักฐานที่มีสำหรับสีเหล่านี้โดยทั่วไปน้อยกว่าสีแดงและสีฟ้ามาก จำนวนสีที่มากขึ้นจึงไม่ได้แปลว่าอุปกรณ์ดีกว่า มันแปลว่ามีสีมากกว่าเท่านั้น
สรุปสั้น ๆ
- สีของแสงสะท้อนช่วงคลื่น และช่วงคลื่นสัมพันธ์กับระยะที่แสงเดินทาง
- สีฟ้าถูกศึกษาในบริบทชั้นตื้น สีแดงในผิว ใกล้อินฟราเรดในชั้นที่ลึกกว่า
- จำนวนสีไม่ใช่เกณฑ์คุณภาพ
- แสงที่ตาไม่เห็นก็ยังเป็นแสง การปกป้องดวงตายังจำเป็นเสมอ
สำหรับเรื่องความปลอดภัยและข้อควรระวัง กรุณาดูหน้าวิธีใช้และความปลอดภัย และอ่านคู่มือของอุปกรณ์ที่คุณใช้ทุกครั้ง